กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู ประโยชน์จากกล้วย โดยเฉพาะ “ปลีกล้วย” มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง ตามศาสตร์แผนไทย ส่วนลำต้นนำไปทำกระ…

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู ประโยชน์จากกล้วย โดยเฉพาะ “ปลีกล้วย” มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง ตามศาสตร์แผนไทย ส่วนลำต้นนำไปทำกระทง เนื่องในวันลอยกระทง ปีนี้
https://www.dtam.moph.go.th/index.php/th/dtam-news/dn/9145-dn0111.html

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยเคล็ดลับวิธีการใช้ประโยชน์จากกล้วยนอกจากทำกระทง เนื่องในวันลอยกระทงแล้ว “ปลีกล้วย”ยังมีสรรพคุณทางยา เช่น ช่วยบำรุงโลหิต กระตุ้นน้ำนม และสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารเพื่อช่วยเสริมสุขภาพให้แข็งแรงอีกด้วย

นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำหรับวันลอยกระทงในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน การลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยส่วนใหญ่หลายพื้นที่ของประเทศไทยมักจะมีการจัดงานวันลอยกระทงเพื่อให้ประชาชนนำกระทงมาลอยเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา โดยกระทงส่วนใหญ่มักทำมาจากต้นกล้วยและใบตองในรูปแบบที่ต่างกันไป นอกจากต้นกล้วยมีประโยชน์ในการทำกระทงและงานฝีมือต่างๆ แล้ว กล้วยยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรค และสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

นอกจากต้นกล้วยจะนำมาเป็นฐานและมีการใช้ส่วนของใบตองมาประดับในการทำกระทงแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่สามารถนำมาทำเป็นกระทงได้คือ ปลีกล้วย ดอกหรือปลีกล้วย คือส่วนช่อดอกของต้นกล้วย ลักษณะเป็นกาบซ้อนกันคล้ายดอกบัวตูม การประดิษฐ์กระทงจึงไม่ยุ่งยาก แค่ดึงกาบที่มีสีชมพูสวยงามนั้นออกมา แล้วนำกาบนั้นมาประดิษฐ์เข้ากับฐานกระทงที่ทำจากต้นกล้วยให้สวยงาม นำดอกไม้ธูปเทียนใส่ตรงกลางก็เสร็จสิ้น ส่วนที่เหลือของปลีกล้วยไม่ต้องทิ้งนำมาปรุงเป็นอาหารรับวันลอยกระทง เพื่อรับประทานร่วมกันกับครอบครัวได้อีกด้วย

นายแพทย์เทวัญ กล่าวต่อไปว่า ปลีกล้วย มีสารอาหารที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงโลหิตในคุณแม่หลังคลอดและปลีกล้วยมีสารซาโปนิน(Saponins) และแทนนิน(Tannins) ซึ่งเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรแลคติน ในทางการแพทย์แผนไทย ปลีกล้วย มีสรรพคุณทางยา กระตุ้นต่อมน้ำนมให้มีการสร้างน้ำนมของคุณแม่หลังคลอด ช่วยบำรุงโลหิต และ ปลีกล้วย ยังสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบเป็นอาหารในหลายเมนูได้อีกด้วย เช่น ต้มยำหัวปลี แกงเลียงหัวปลี ยำหัวปลี หมกหัวปลี เป็นต้น

นายแพทย์เทวัญ กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผู้ที่ไปร่วมงานลอยกระทง ควรดูแลสุขภาพของท่านให้แข็งแรง ควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น เนื่องจากวันลอยกระทงปีนี้จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาดของแม่น้ำลำธารเพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ดี

หากมีข้อสงสัยด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย สามารถสอบถามข้อมูลกับแพทย์แผนไทย ในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศได้ หรือสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/dtam.moph และ ไลน์แอดกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก line@DTAM

#ลอยกระทง

ดูโพสต์ต้นฉบับ